Legal Questions in English & Thai
คำถาม
  การฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด
หจก………. ได้จดทะเบียนเมื่อ 1 ก.พ.39 ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน เป็น หุ้นส่วน ๓ คน คือ นาย ก , นาย ข (กระผม) และ นาย ค โดยมี นาย ก เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ใช้บ้านของ นาย ก เป็นสำนักงาน ตั้งอยู่ที่ ตำบล…… อำเภอ………ต่อมาการบริหารงานของ นาย ก หุ้นส่วนผู้จัดการ ไม่มีกำไร มีแต่หนี้สินที่เพิ่มขึ้น นาย ค จึงได้ขอให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการและได้ขอร้องให้ นายข (กระผม) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อ 19 ต.ค. 43 นาย ข จำเป็นต้องเข้ามาดำเนินการต่อจนสามารถใช้หนี้ของ หจก. ได้ทั้งหมดแล้วจึงหยุดประกอบการตั้งแต่ 1 พ.ย. 45 ต่อมาประมาณเดือน ส.ค. 46 จึงได้รับทราบหมายศาล เป็นจำเลยที่ 2 (จำเลยที่ ๑ คือ หจก. ,จำเลยที่ ๓ คือ ผู้ค้ำประกัน) โดยมี บริษัท….. จำกัดเป็นโจทก์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสัญญาเช่าซื้อ รถเก๋ง นาย ข ( กระผม )มีความสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไรเพราะไม่รู้จักไม่เคยติดต่อไม่เคยทำสัญญาใด ๆ กับโจทก์ และไม่เคยมีรถเก๋งคันนี้ใช้ใน หจก……แต่อย่างใด จึงได้ตรวจสอบหลักฐานเก่า ๆ และได้ไปขอคัดเอกสารจาก สนง.ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท จึงพบว่า นาย ก ! ได้อำพรางหลักฐานต่าง ๆ ไว้มากมาย ดังต่อไปนี้
เมื่อต้นปี 41 หจก. …… ได้ย้ายสำนักงานจากบ้านพักอาศัยของ นาย ก จาก ตำบล….. ..อำเภอ…… มาอยู่ที่ หมู่ …… อำเภอ…….. แต่ นาย ก กลับไปทำรายการจดทะเบียนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงตามแบบ หส.2 เมื่อ 12 ต.ค. 41 ว่า สำนักงานของ หจก….. มีสองแห่ง บ้านพักอาศัยของ นาย ก เป็นสำนักงานใหญ่ และที่หมู่…… อำเภอ……เป็นสำนักงานสาขา แต่แท้จริงแล้วมีแห่งเดียวดังกล่าว การอำพรางหลักฐานจึงเกิดในช่วง 12 ต.ค. 41 ถึง 27 เม.ย. 43 เป็นช่วงเวลาที่นาย ก ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถ เก๋ง จาก บริษัท…จำกัด ทำให้ บริษัท…..จำกัด คิดว่าบ้านพักของ นาย ก เป็นสำนักงานใหญ่ จึงหลงติดต่อกับ นาย ก แต่เพียงผู้เดียว กลางปี 43 ก่อนที่ นาย ก จะพ้นจากตำแหน่งหุ้นส่วนผู้จัดการ บ้านพัก นาย ก ก็ถูกยึดเพราะไม่จ่ายค่าเช่าซื้อมาเป็นเวลานาน นาย ก ต้องหาที่อยู่ใหม่ จึงไปทำรายงานจดทะเบียน หจก…..ให้ตรงกับความจริงเพื่อตนเองจะได้ย้ายเข้าพักอาศัย นาย ก พ้นจากหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อ 19 ต.ค. 43 และขาดส่งค่าเช่าซื้อรถเก๋ง ตั้งแต่งวด 1 พ.ย. 43 ส่วนบริษัท….จำกัด ออกใบทวงหนี้และบอกเลิกสัญญา เมื่อ 15 ส.ค. 45 กับ หจก….. และนาย ง (ผู้ค้ำประกัน) แต่ไม่มีชื่อนาย ก อดีตหุ้นส่วนผู้จัดการทั้งๆที่ยังอยู่ในความรับผิดชอบ เนื่องจากตนเองเป็นผู้ก่อหนี้และพ้นจากหุ้นส่วนผู้จัดการยังไม่ครบ 2 ปี นอกจากนั้นการจ่าหน้าซองถึง หจก….. เป็นบ้านพักของ นาย ก แสดงว่าการสร้างหลักฐานที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงของ นาย ก สำเร็จผลที่ตนต้องการ ไม่มีผู้รับ เพราะ หจก……ไม่ได้อยู่ที่นั้น กระผมติดต่อทนายโจทก์เพื่อขอให้บริษัท……จำกัด ถอนฟ้อง เนื่องจากกระผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ แต่ไม่ได้รับความเห็นใจ กระผมได้ตรวจดูหลักฐานแล้วพบว่า บริษัท…….จำกัด ปกปิดหลักฐานการประกอบธุรกิจที่ตนเองประมาทเลินเล่อไม่ตรวจสอบหลักฐานการทำสัญญาว่าที่ตั้งของ หจก. …..จริง ๆ ตั้งอยู่ที่ใดตรงกับหลักฐานที่นาย กนำมาแสดงหรือไม่และทำหลักฐานที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกระผมโดยไม่คำนึงถึงความเป็นธรรม กล่าวคือ
1. ในขั้นของการทำสัญญาครั้งแรกได้ละเลยไม่ตรวจสอบว่า หจก….. ที่มีตัวตนจริง ๆ ตั้งอยู่ ณ ที่ใด ตรงกับหลักฐานที่ นาย ก นำมาแสดงหรือไม่ กระผมไม่เคยรับทราบการทำสัญญาเช่าซื้อรถเก๋งและการจ่ายค่าเช่าซื้อที่เกิดขึ้นในสมัยที่ นาย ก เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ไปแล้ว 14 งวดเป็นเงิน 324,576 บาท นาย ก ได้ อำพรางในการเช่าซื้อกับหุ้นส่วนทุกคนตลอดจนเจ้าหน้าที่ และพนักงานของ หจก….. นาย ก ทำทีว่าขายรถโตโยต้าของภรรยาแล้วซื้อรถ ใหม่ มาแทนเพื่อใช้สำหรับตนเองและภรรยา ใน 3 กิจการโดย หจก…. ไม่ได้ประโยชน์จากรถที่ นาย ก เช่าซื้อมาแต่ประการใดตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น
2. ในขั้นของการชำระเงินค่าเช่าซื้อ บริษัท ……จำกัด ได้ปกปิดหลักฐานการจ่ายเงินของ นาย ก ที่ได้ชำระเป็นเช็คธนาคาร จำนวน 18 งวด 18 ใบ ใบละ 23,184.00 บาท บริษัท…. จำกัด รับไปแล้ว 14 งวด เมื่อ 1 พ.ย.43 งวดที่ 15 ถึง 18 อยู่ในช่วงที่เปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการ จึงไม่สามารถเบิกเงินได้ บริษัท…..จำกัด สามารถดำเนินการกับเช็คเด้งที่ นาย ก เป็นผู้สั่งจ่ายได้ หรือเสนอหลักฐานกับหุ้นส่วนผู้จัดการคนใหม่ก็ได้ (หากท่านไม่ได้ละเลยในครั้งแรกตามข้อ 1) กระผมไม่ทราบว่า บริษัท….จำกัด ไปทำอะไรอยู่ นับเป็นการละเลย ครั้งที่ 2 ของ บริษัท….จำกัด ที่ปล่อยให้คนโกงลอยนวล
3. นอกจากในขั้นของการผิดสัญญาต่อจากเช็คเด้งของ นาย ก แล้ว ต่อมาก่อน 19 ก.ค. 44 กระผมไม่ทราบแน่นอนว่าที่ไหน วันใด นาย ก ได้มายืมรถปิกอัพ ซึ่งเคยเป็นรถของนาย ก มาก่อนที่จะขายให้ หจก…. จึงทราบว่านาย ก ไม่มีรถใช้ เพราะ ได้เดินทางไปโคราชขับรถคันที่เช่าซื้อไปชนรถผู้อื่น บริษัท …. จำกัด ในฐานะเจ้าของรถและเป็นรถที่เช่าซื้อแล้วขาดส่ง ไปอยู่เสียที่ไหนจึงเกิดการละเลยครั้งที่ 3 ปล่อยให้คนโกงลอยนวลไปอีกไม่อายัดหรือยึดรถเก๋งคันดังกล่าวจากนั้นกระผมก็ไม่เคยเห็นรถคันดังกล่าวของนาย ก อีก
4. นาย ก พ้นจากหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก…..เมื่อ 19 ต.ค. 43 จะต้องรับผิดชอบในกิจการของ หจก…… ที่ตนเองได้ทำไว้ก่อนพ้นหน้าที่ ต่อจากเมื่อพ้นหน้าที่ไปอีก 2 ปี ถึง 18 ต.ค. 45 ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่อายุความของ นาย ก มีอยู่นั้น บริษัท…..จำกัด ไปทำอะไรอยู่จึงไม่ดำเนินคดีกับ นาย ก ในประเด็นนี้อาจจะมองเห็นเป็นสองทางว่าเป็นการละเลย ครั้งที่ 4 หรือเจตนาที่ปล่อยให้คนโกงลอยนวล เพื่อให้กระผมซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการคนที่ต่อจาก นาย ก มาชดใช้แทน ซึ่งเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต
5. ในขั้นของการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายของ บริษัท…..จำกัด ต่อ กระผม นั้น เป็นการกระทำที่มีพิรุธ ใช้สิทธิไม่สุจริตและไร้คุณธรรม ดูได้จากหลักฐานที่แนบมากับคำฟ้อง คือ
5.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียน หจก….. โดย กระผม ที่เพิ่มเข้ามาในคำฟ้อง และหนังสือรับรองการจดทะเบียน หจก….. โดย นาย ก ลงวันที่ 20 ก.ค. 42 ที่แนบกับสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ(ที่มีข้อความของหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงคือที่ตั้งสำนักงาน) ในการแสดงตนของผู้เช่าซื้อกลับไม่มี อาจเป็นเพราะมีการอำพรางสถานที่ตั้ง รวมทั้งการแจ้งแบบ หส. 2 ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ของ นาย ก เมื่อ 12 ต.ค. 41 จนทำให้ บริษัท…..จำกัด ต้องปิดบังความจริงที่ตัวเองละเลยเอาไว้ จนไม่สามารถส่งหลักฐานการทวงหนี้และบอกเลิกสัญญาหรือหลักฐานอื่นใดให้กับ หจก….. ได้เลย
5.2 หนังสือบัญชีพยาน ของบริษัท…….จำกัด มี นาย ก เป็นพยานโจทก์ แทนที่จะเป็นจำเลย
5.3 หนังสือขอให้ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญา ของบริษัท….. จำกัด ลงวันที่ 15 ส.ค. 45 เป็น ใกล้ครบ 2 ปีที่อายุความของ นาย ก จะสิ้นสุดลง เป็นการทวงถามและบอกเลิกสัญญาซึ่ง นาย ก ยังคงต้องรับผิดชอบอยู่ กลับไม่ทวงหนี้จาก นาย ก คงทวงหนี้จาก หจก….. และ ผู้ค้ำประกัน เท่านั้น การดำเนินธุระกิจของบริษัท…. จำกัด เป็นความประมาทของตนเองในขั้นของการทำสัญญาที่ไม่ได้ตรวจสอบว่า หจก….. มีกี่แห่ง สำนักงานใหญ่นั้นที่แท้จริงตั้งอยู่ที่ไหน นิติกรรมที่เกิดมีการอำพรางไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ จนเกิดความเสียหายทั้งโจทก์และจำเลยจากการกระทำของ นาย ก แทนที่บริษัท…..จำกัด จะดำเนินคดีกับคนโกง ซึ่งมีเวลาถึง 2 ปี กลับเจตนาปล่อยให้คนโกงลอยนวลหลายครั้ง คงจะคิดว่าถึงฟ้องชนะคนโกงก็ไม่มีทางได้เงินคืนเพราะคนโกงมีหนี้สินท่วมตัวและไม่มีหลักทรัพย์ จึงสมคบกับคนโกงให้มาเป็นพยานโจทก์ เพื่อจะได้ทราบหมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ของกระผมตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกระผม
6. หจก…. จดเลิกกิจการ เมื่อ มิ.ย.47 ยังไม่ได้ชำระบัญชี นาย ก และนาย ค ยังไม่ลงนาม และยังมีคดีเช่าซื้อรถเก๋ง ซึ่งศาลแพ่งตัดสินให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชดใช้ โดยไม่มีการขึ้นแท่นสาบานตนเพื่อฝ่ายจำเลยได้แก้ขอกล่าวหาแต่อย่างใด จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ ทนายจำเลยไม่ได้แนะนำให้อุทธรณ์มีแต่ แนะให้ฟ้องกลับ นาย ข เชื่อทนายเพราะรู้เองไม่ได้
ถาม
ก. การที่นาย ก ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก…. ไปทำสัญญาเช่าซื้อรถเก๋งจาก บริษัท…. จำกัด แล้วนำมาใช้ในกิจการของตนเองรวม 3 กิจการโดยมีอำพรางมิให้หุ้นส่วนและผู้อื่นทราบความจริง โดยรถเก๋งคันที่เช่าซื้อนี้ มิได้ประโยชน์แก่ หจก….. แต่ประการใด เมื่อมีการผิดสัญญาใครจะต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหาย การกระทำของ นาย ก เป็นคดีอาญาหรือไม่
ข. การใช้ความจริงบางส่วนและปกปิดความจริงบางส่วนของโจทก์เพื่อให้ศาลเห็นว่าเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน และใช้กฏหมายปิดปาก จนได้ตัดสินให้จำเลยร่วมกันชดใช้ โดยไม่มีการขึ้นแท่นสาบานตนเพื่อให้การของจำเลยและพยานจำเลย จำเลยจะฟ้องกลับ นาย ก และบริษัท…. จำกัด ได้ในข้อหาอะไร ฟ้องอาญา ฟ้องแพ่ง หรือฟ้องทั้งแพ่งและอาญาได้หรือไม่ ทำอย่างไรจึงทำให้คนไม่โกงและบริษัทไม่เห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าความเป็นธรรมเพื่อให้สังคมสงบสุข - วีณิฏา


คำตอบ

  ตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ ขอเรียนให้ความคิดเห็นดังนี้
ก. การที่หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นสวนจำกัดไปทำสัญญาเช่าซื้อรถจากบริษัท แล้วนำมาใช้ในกิจการ ของตนเอง ถ้าบริษัทที่เป็นบุคคลภายนอกเป็นผู้สุจริต กฏหมายจะคุ้มตรองให้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย และหนี้ค่าเช่าซื้อจากห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ และให้หุ้นส่วนร่วมรับผิดชำระหนี้ดังกล่าว หุ้นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องก็สามารถฟ้องหุ้นส่วนผู้จัดการที่ก่อหนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตนในความเสียหายที่ตนได้รับ การกระทำของหุ้นส่วนผู้จัดการฯก่อหนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตนจะถือว่าผิดสัญญาการเป็นหุ้นส่วนได้ครับ ในการนำเงินจากห้างฯไปชำระหนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่เกิดประโยชน์กับห้างฯ
ข. หุ้นส่วนที่ได้รับความเสียหายสามารถฟ้องหุ้นส่วนผู้จัดการที่ก่อหนี้ขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนตนได้เป็น คดีแพ่ง ถ้ามีหลักฐานเพียงพอ (ส่วนบริษัทที่เป็นเจ้าหนี้ค่าเช่าซื้อถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าเขาไม่สุจริตสมคบกับหุ้นส่วนที่ก่อหนี้มากลั่นแกล้งก็จะฟ้องได้ลำบาก) ซึ่งการฟ้องทางแพ่งเป็นการเรียกความเสียหายจากการผิดสัญญาหุ้นส่วน ส่วนความผิดอาญายังไม่ชัดว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริตนำเงินไปใช้เป็นของตน ถ้าเขานำเงินไปใช้ในกิจการที่ห้างฯไม่ได้รับประโยชน์ในขอบอำนาจที่เขากระทำได้
    จาก รักษิน พิณพัฒนะวงศ์    13 พ.ค. 2548 เวลา 09:49 น.