Legal Questions in English & Thai
คำถาม
  สัญญากู้เงิน
ได้เคยส่งคำถามมา 2 ครั้ง แต่ไม่ปรากฏใน Legal board จึงขอรบกวนส่งมาเรียนถามใหม่ดังนี้ สัญญายืมเงิน ที่ทำระหว่างบุคคลเป็นผู้ให้กู้กับนิติบุคคลเป็นผู้กู้ โดยไม่มีระบุเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน ไม่มีกำหนดการคืน ไม่มีกำหนดดอกเบี้ย มีเพียงตราประทับของบริษัทฯ และผู้มีอำนาจลงนาม แต่ยังไม่ได้ติดอากร หากนิติบุคคลเบี้ยวไม่ชำระเงินคืน สามารถดำเนินการประการใดได้บ้างครับ โดยตอนมายืมเงินอ้างว่าต้องการไปใช้ที่บริษัทฯ เพื่อช่วยเกษตรกร จึงให้ยืมไปโดยทำสัญญายืมเงินแบบง่าย ใช้แบบฟอร์มสัญญายืมเงิน แต่ไม่ได้ระบุกำหนดวันคืน ตอนนี้ล่วงเลยมา 2 ปีแล้ว พอทวงเงิน เพื่อนนัดแล้วก็ผลัดอีกไม่คืนเสียที แถมอ้างว่าสัญญาไม่ระบุวันคืน ควรทำเช่นไรดีครับ หากมีการฟ้องศาลเพื่อเรียกให้ผู้กู้นำเงินมาชำระคืนนี้ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะสามารถเรียกร้องจากผู้กู้ได้หรือไม่ เพราะในสัญญาแบบฟอร์มมีระบุอยู่ข้อหนึ่งว่า หากผู้กู้ผิดสัญญา ผู้กู้ยินดีรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายทุกประการ นอกจากนี้ ผู้กู้ยังจะมีวิธีตุกติกอะไรอีกหรือไม่ หากมีการฟ้องร้องกันในศาล เช่น พยายามยื้อคดีให้ยาวนานออกไปเป็นต้น หากเป็นเช่นนี้ควรดำเนินการเช่นไรกรณีผุ้กุ้นัดขอเจรจาชำระแบบผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ให้นี้ เราสมควรยินยอมหรือไม่ และหากยินยอม ควรทำสัญญาใหม่ หรือแก้ไขสัญญาให้เป็นลักษณะใด ประการใด ทั้งนี้หากต้องทำสัญญาใหม่ เราควรกำหนดดอกเบี้ยเช่นไร จึงจะรัดกุมครับ ขอขอบคุณ - วินัย


คำตอบ

  ตามข้อเท็จจริงที่ให้มานั้นเป็นการทำสัญญายืมเงินกัน เมื่อมีลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท ย่อมมีผลเป็นการกู้ยืมที่สมบูรณ์มีผลผูกพันเป็นบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่ระบุอัตราดอกเบี้ยกันไว้ สามารถเรียกดอกเบี้ยได้ตามอัตราที่กฏหมายกำหนด คือร้อยละ7.5ต่อปี นอกจากจะเขียนกันไว้ชัดเจนว่าไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยก็จะเรียกเก็บดอกเบี้ยไม่ได้เลย แม้จะไม่ได้ระบุกำหนดเวลาให้ชำระคืน การกู้ยืมที่ไม่มีกำหนดให้ชำระหนี้ ผู้ให้กู้ย่อมมีสิทธิบอกกล่าวแก่ผู้ยืมให้คืนเงินที่ยืมนั้นภายในเวลาอันสมควรได้ หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้คืนก็สามารถใช้สัญญากู้นั้นเป็นหลักฐานในการฟ้องคดีได้
กรณีที่สัญญากู้ยืมไม่ได้ปิดอากรแสตมป์นั้น ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของสัญญานั้นแต่ประการใด คงใช้เป็นพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมเพื่อฟ้องบังคับต่อศาลได้ แต่ในชั้นสืบพยานต้องทำการปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ก่อนจึงรับฟังกันพยานหลักฐานในคดีนั้นได้
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการปิดคดีนั้นหากตามสัญญาระบุไว้ ก็สามารถเรียกให้ผู้กู้รับผิดในค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
ปัจจุบันนี้การพิจารณาคดีใช้ระบบการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องการยื้อคดีคงไม่อาจกระทำได้ อีกทั้งคดีประเภทหนี้เป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก การดำเนินคดีศาลจะถือหลักความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินคดีเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด
กรณีผู้กู้ขอเจรจาชำระเป็นงวดให้ หากเห็นว่าผู้กู้ประสงค์จะชำระหนี้จริง ก็ควรยอมให้ผู้กู้ผ่อนชำระเพราะหากตกลงกันได้ในชั้นนี้ก็จะไม่เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หากยินยอมก็ไม่จำเป็นต้องทำสัญญาใหม่หรือแก้ไขสัญญาแต่อย่างใด เพียงออกใบเสร็จรับเงินในส่วนที่รับชำระให้แก่ผู้กู้และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐานก็พอแล้ว
    จาก วันชัย วงษ์ศรี    28 ก.ย. 2548 เวลา 11:32 น.